ReadyPlanet.com
dot dot

 

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

สถานที่ท่องเที่ยว

รายละเอียด

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/pasrinaka.jpg

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/somdeg.jpg

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ 
       สถานที่ตั้ง วิทยาลัยเกษตรกรรมจังหวัดศรีสะเกษ ถนนกสิกรรม ตำบลหนองครก 
อำเภอเมืองศรีสะเกษ ถิ่นดงลำดวน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์เป็นสวนสาธารณะที่
ประชาชนร่วมกันสร้างขึ้น เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2524 
โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด เพื่อเฉลิมฉลอง
ในวโรกาสสสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษา มีพื้นที่ 237 ไร่ 
ในบริเวณวิทยาลัยเกษตรกรรมศรีสะเกษ มีลักษณะสภาพพื้นที่สูงต่ำตามธรรมชาติ มีลำห้วย
2 สาย คือ ห้วยปูนใหญ่ และห้วยปูนน้อย เป็นป่าต้นลำดวนธรรมชาติ 40,000 ต้น ออกดอกหอม
ทั่วไป ในเดือนมีนาคม เมษายน ต้นลำดวนนับเป็นต้นไม้ประวัติศาสตร์ของศรีสะเกษ 
เพราะการตั้งเมืองนี้ใช้มงคลนาม จากต้นไม้นี้ว่า ศรีนครลำดวนนอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้
หลายชนิด ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ประดู่ ตะแบก พยุง มังคุดป่า เป็นต้น 
เป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่นด้วยป่าธรรมชาติและพันธุ์ไม้ที่มีคุณค่า สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นความภาคภูมิใจ
ของชาวศรีสะเกษ เพราะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าด้านพฤกษศาสตร
์นิเวศวิทยา ซึ่งมีวิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยีศรีสะเกษ รับผิดชอบในการดูแลรักษา พัฒนาพื้นท
ี่ตกแต่ง ไม้ดอกไม้ประดับให้สวยงามยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีสวนสัตว์ท้องถิ่นโดยเฉพาะมีนกมากมาย
หลายชนิด ผู้มาเที่ยวชมจะได้รับความเพลิดเพลินและความรู้ สิ่งอำนวยความสะดวก มีลานจอดรถ 
มีถนนดินรอบสวนสมเด็จตลอดจนถึงสวนสัตว์ ออกจากตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 2 กิโลเมตร 
เข้าไปในบริเวณวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/pamowedang1.jpg

ผามออีแดง
     ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนหลวงหมายเลข 221 ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ไปทางใต้ 34 กิโลเมตร และห่างจาก
ตัวจังหวัดประมาณ 98 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดียวที่ติดต่อกับทางขึ้นเขาพระวิหาร ผามออีแดงมีลักษณะ
เป็นลานหินธรรมชาติริมหน้าผาสูงติดกับพื้นที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่เบื้องล่างเป็นจุดชมทัศนียภาพ
เขาพระวิหารในระยะใกล้เพียง 1,000 เมตร บริเวณผามออีแดงมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก
และทางด้านใต้ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไปมีภาพสลักนูนต่ำ โดยสลักไว้ที่หน้าผาหินเป็นศิลปะเขมร อายุ
ราวพุทธศตวรรษที่ 15 สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

.คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/numtogpuraor.jpg

น้ำตกภูละออ
     อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ตำบลเสาธงชัย การเดินทางใช้เส้นทางหมายเลข 221 (กันทรลักษ์-
ผามออีแดง) ระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร ถึงบ้านภูมิซรอล-น้ำตกสำโรงเกียรติประมาณ 8 กิโลเมตร
แล้วเลี้ยวซ้ายสู่น้ำตกภูละอออีก 2.5 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย    
     น้ำตกภูละออ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะสวยงามในเดือนเมษายน-กุมภาพันธ์ ทางเดินเข้าจากบริเวณ
ลานจอดรถถึงน้ำตกในระยะทางไป-กลับ 4 กิโลเมตร ได้รับการพัฒนาให้เป็นเส้นทางที่ให้ความรู้เรื่อง
พืชพันธุ์และสภาพภูมิประเทศ ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวในลักษณะเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

 

น้ำตกวังใหญ่
     อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก บ้านก่อ หมู่ 7 ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
เส้นทางการคมนาคม ออกเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษ ถึงอำเภอกันทรลักษ์ระยะทาง 65 กิโลเมตร เมื่อถึง
อำเภอกันทรลักษ์เดินทางโดยถนนสายเขาพระวิหาร แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนที่ไปอำเภอขุนหาญ เลี้ยวซ้าย
เข้าน้ำตกวังใหญ่ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร
     สภาพของน้ำตก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมาก รอบๆ บริเวณเติมแต่งเพิ่มความสวยงามทิวทัศน์
ตามธรรมชาติ ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เป็นน้ำตกที่มีลำธารไหลมาจากเทือกเขาพนมดงรัก น้ำตกมีความสูง
ประมาณ 5 เมตร สามารถลงเล่นน้ำได้ตลอดแนวน้ำตก และยังสามารถศึกษาพืชสมุนไพร ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า
1,000 ชนิด ในเขตเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวจะน่าเที่ยวมากที่สุด เหมาะสำหรับเป็น
สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

 

อ่างเก็บน้ำห้วยด่านไอ
     ตั้งอยู่ที่บ้านคำโปรย หมู่ที่ 5 ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทางเริ่มจาก
ตัวจังหวัดศรีสะเกษถึงอำเภอกันทรลักษ์ ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร แล้วเดินทางออกจากอำเภอ
กันทรลักษ์ โดยใช้เส้นทางกันทรลักษ์-ำโรงเกียรติ ถึงบ้านคำโปรย ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร 
เดินทางจากบ้านคำโปรย ถึงอ่างเก็บน้ำห้วยด่านไอ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
     สภาพโดยทั่วไป เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง กักเก็บน้ำได้ตลอดปี ในช่วงฤดูหนาวจะมีนกเป็ดน้ำ
มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จากอ่างเก็บน้ำจะมองเห็นเทือกเขาพนมดงรัก ด้านหลังจะเป็นพลาญหิน
ที่มีโขดหินขนาดเล็ก-หญ่ เรียงรายอยู่ตลอดแนว และบนพลาญหินยังมีร่องหินทราย ที่ถูกกัดกร่อน
ด้วยธรรมชาติ เหมาะ สำหรับใช้เป็นที่ศึกษาธรรมชาติ และพักผ่อนหย่อนใจ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/heoytavan.jpg

ห้วยตะวัน 
     ห้วยตะวันอยู่ในเขตตำบลบึงมะลู   ติดกับ ตำบลรุง  อำเภอกันทรลักษ์  จังหวัดศรีสะเกษ  เป็นห้วย
ที่เพิ่งค้นพบ  มีน้ำไหลลักษณะคล้ายน้ำตาก

 

 

ถ้ำวัดใหญ่และถ้ำมังกรไฟ
     ตั้งอยู่ที่บ้านก่อ หมู่ที่ 7 ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทางเริ่มจากตัว
จังหวัดศรีสะเกษ ถึงอำเภอกันทรลักษ์ ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร แล้วเดินทางออกจากอำเภอกันทรลักษ์
โดยเส้นทางถนนเขาพระวิหารแล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนกันทรลักษ์-โดนเอาร์ เดินทางถึง อบต.ละลาย
โดยเส้นทาง กันทรลักษ์-สำโรงเกียรติ แล้วเข้าเส้นทางที่จะไปน้ำตกวังใหญ่ เลี้ยวขวาไประยะทาง
ประมาณ 3 กิโลเมตร ประวัติความเป็นมา  ถ้ำพระใหญ่ สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2518
นำโดยพ่อคำมา แม่กอง พ่อจ่อย พ่อเหรียญ ชาวบ้านโคกเจริญและหมู่บ้านใกล้เคียงร่วมกันสร้าง 
พระพุทธรูปหน้าตักกว้าง 8 เมตร สูง 8 เมตร สามารถไปสักการะบูชาได้ตลอดทั้งปี บริเวณโดยรอบ
มีทิวทัศน์สวยงาม  และบรรยากาศสดชื่นเหมาะสำหรับการเที่ยวชม

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/heoytamuy.jpg

อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย 
อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย ตั้งอยู่ที่ ม. 2 บ้านตูมน้อย ต. ภูเงิน มีทัศนียภาพที่สวยงาม 
มีบริเวณล้อมรอบด้วยทิวทัศน์อันสวยงามจะมีเรือชาวบ้านหาปลา มีปลาน้ำจืดหลายชนิด 

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/panjampa.jpg

พลายหินจำปาพลาญหินโดนเตีย
     ตั้งอยู่ที่บ้านคลองทราย หมู่ที่ 7 ตำบลรุง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทาง ใช้เส้นทางจาก
จังหวัดศรีสะเกษ โดยรถยนต์ตามเส้นทางศรีสะเกษ-อำเภอกันทรลักษ์-เขาพระวิหาร เลี้ยวขวาเข้าสู่สามแยก
บ้านโดนเอาว์ ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อจากบ้านโดนเอาว์ หมู่ที่ 4 เข้าสู่พลาญหิน
จำปาและพลาญหินโดนเตีย ตามถนนดินลูกรัง เป็นระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร
     สภาพโดยทั่วไป พลาญหินจำปาพลาญหินโดนเตีย ตั้งอยู่บนเขตเทือกเขาพนมดงเร็ก เป็นที่สาธารณะ
ประโยชน์ มีเนื้อที่ประมาณ 184 ไร่ 46 ตารางวา โดยทั่วไปเป็นพลาญหินกว้างใหญ่ มีสภาพธรรมชาติสวยงาม
น่าสนใจ มีเพิงหินรูปทรงต่างๆ สวยงามมาก มีพืชพันธุ์ธรรมชาติ เป็นพันธุ์ไม้ธรรมชาติ เช่น รัง ประดู่ นอกจากนั้น
ยังมีไม้ดอกไม้ประดับสีสันสวยงามแปลกตา มีถ้ำ เช่น ถ้ำฤาษีตาไฟ ร่องหินคล้ายรอยพระบาท มีจุดชมทัศนียภาพ
ที่สวยงาม ช่วงฤดูที่เหมาะกับการท่องเที่ยวพลาญหินทั้งสองแห่ง คือทุกฤดูกาล เพราะในแต่ละช่วงฤดูจะได้พบ
กับความสวยงามที่แตกต่างกันไป แต่ปัจจุบันยังไม่มีการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและการ
สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/heoytavan.jpg

อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย 
     อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย ตั้งอยู่ที่ ม. 2 บ้านตูมน้อย ตำบลภูเงิน อำเภอกันทรลักษ์  กัมีทัศนียภาพที่สวยงาม 
มีบริเวณล้อมรอบด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม  จะมีเรือชาวบ้านหาปลา  มีปลาน้ำจืดหลายชนิด 

 

 

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/heoysumran.jpg

หาดสำราญ 
     มีแหล่งน้ำธรรมชาติใสสะอาด ชายหาดสวยงาม มีจักรยานน้ำไว้บริการให้นักท่องเที่ยวชมธรรมชาติรอบ ๆ หาด
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีการจัดการแข่งขันวอลเล่ย์บอลชายหาด บรรยากาศเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ
ตำบลโนนสำราญ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/nogyalad.jpg

ฝายหนองหญ้าลาด 
     ฝายหนองหญ้าลาด มีเนื้อที่ประมาณ 336 ไร่ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 13 บ้านหนองหญ้า ลาดพัฒนา เป็นที่เก็บน้ำสำหรับ
ทำการเกษตร และเพาะปลูก เหมาะสำหรับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนบรรยากาศดีสงบ ตำบลหนองหญ้าลาด 
อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/koupavihan.jpg

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
     ตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2542 โดยมีอาณาเขตติดพื้นที่ตำบลเสาธงชัย มีแหล่งท่อง เที่ยวที่สำคัญคือผามออีแดง
ปราสาทโดนตรอน และเป็นเส้นทางผ่านเข้าชม ปราสาทเขาพระวิหาร ประเทศกัมพูชา ตำบลเสาธงชัย
อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/aungheoykanoon.jpg

อ่างเก็บน้ำห้วยขนุน 
     เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก บรรจุปริมาณน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่เขตบ้านด่านใต้ หมู่ที่ 2 ตำบลภูผาหมอก
อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของตำบลภูผาหมอกมีทัศนียภาพที่สวยงาม 
ต้นไม้หลากหลายนานาพันธ์ พร้อมมีพลาญหิน ซึ่งมีอายุไม่น้อยกว่า 100 ปี มีเทือกเขาล้อมรอบ ซึ่งสวยงามมาก 
ตำบลภูผาหมอก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/kaenhouykanoon.jpg

เขื่อนห้วยขนุน 
     ประกอบกับอุทยานแห่งชาติ ได้กำหนดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยมีประชาชนทั่วสารทิศได้มาเที่ยวชมปีละ
ไม่น้อยกว่า 20,000 คน ตำบลภูผาหมอก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

 

สวนสาธารณะหนองกวางดีด
     ตั้งอยู่ที่บ้านราษฎร์พัฒนา หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทางเริ่มจาก
ตัวจังหวัดศรีสะเกษ ถึงอำเภอกันทรลักษ์ ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร เดินทางโดยถนนสินประดิษฐ์
ถึงสี่แยกไฟแดงเลี้ยวขวาเข้าสวนสาธารณะหนองกวางดีด
     สภาพโดยทั่วไป เป็นสวนสาธารณะที่อยู่ในกลางเมืองกันทรลักษ์ ถือได้ว่าเป็นปอดของชาวอำเภอกันทรลักษ์
มีบรรยากาศสวยงามร่มรื่นเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจออกกำลังกายและใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณี
ลอยกระทงเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ ท่องเที่ยวได้ตลอดปี

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/soungasad.jpg

สวนเกษตรและผลไม้
     ตั้งอยู่ที่บ้านซำตารมย์ หมู่ที่ 7 ตำบลตระกาจ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยว
สวนเกษตร/ผลไม้ ห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 65 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหมายเลข 221 ถึงสี่แยก
การช่าง เลี้ยวซ้ายมาตามทางหมายเลข 24 (ถนนโชคชัยเดชอุดม) และห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 15 
กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหมายเลข 221 ถึงสี่แยกการช่างเลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 24 (ถนนโชคชัย-เดชอุดม)  ถึงบ้านซำตารมย์เลี้ยวซ้าย ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็ถึงสวนเกษตร/ผลไม้
     ช่วงฤดูกาลในการท่องเที่ยวสวนเงาะ ทุเรียน คือ เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม

 

ฝายกักเก็บน้ำหัวนา
     ตั้งอยู่บ้านกอก หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแก้ว อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทางเริ่มจากตัวจังหวัด
โดยเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ถึง สี่แยกกันทรลักษ์-ยางชุมน้อย เลี้ยวซ้ายไปตามถนนกันทรารมย์-
ยางชุมน้อย ถึงสามแยกบ้านเหม้า เลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. บ้านเหม้า-บ้านกอก ถึงบ้านกอก ไปฝายหัวนา
ระยะทางจากอำเภอถึงฝายหัวนา 18 กิโลเมตร ระยะทางจากจังหวัดถึงฝายหัวนา 44 กิโลเมตร

 

หาดท่านางเหงา
     ตั้งอยู่ที่บ้านอีปุ้ง หมู่ที่ 4 ตำบลดูน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทางเริ่มจากตัวจังหวัด
โดยทางรถยนต์ ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ถึงสี่แยกกันทรลักษ์-ยางชุมน้อย ระยะทางอำเภอ
กันทรารมย์ถึงหาดท่านางเหงา ประมาณ 4 กิโลเมตร ระยะทางจากจังหวัด 30 กิโลเมตร
     สภาพโดยทั่วไป เป็นหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำมูล ช่วงฤดูกาลในการท่องเที่ยวที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงฤดูแล้ง
ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน เพราะช่วงนี้น้ำจะลด มองเห็นหาดทรายสวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อน
หย่อนใจ และเล่นสงกรานต์ มีประชาชนให้ความสนใจไปท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจประมาณปีละ 5,000คน

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/porpansadpa.jpg

สถานีเพาะพันธ์สัตว์ป่า
     ตั้งอยู่ภายในโครงการทับทิมสยาม 06 บ้านนาจะเรีย หมู่13 อยู่ทางทิศใต้ของตำบลตั่งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก
ระยะทางห่างจากอำเภอขุขันธ์ ประมาณ 18 กิโลเมตรตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

 

 

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/nongsaaud.jpg

หนองสะอาด
     อยู่ที่หมู่ 12 บ้านสะอาง ต.ห้วยเหนือ เป็นหนองน้ำที่มีขนาดใหญ่ และเป็นหนอง ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของอำเภอขุขันธ์
หรือของตำบลห้วยเหนือ และยังเป็นแหล่งหา ปลาของคน ในชุมชน บรรยากาศร่มรื่น ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

 

 

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/tabtimsaim.jpg

อ่างเก็บน้ำทับทิมสยาม
     ตั้งอยู่บ้านนาจะเรีย ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากตัวอำเภอขุขันธ์ ประมาณ
20 กิโลเมตร

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/sumronggirt.jpg

 

น้ำตกสำโรงเกียรติ (น้ำตกปีศาจ)


     ตั้งอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ อำเภอขุนหาญ มีต้นกำเนิดมาจากภูเขากันทุงในเทือกเขาบรรทัด เป็นน้ำตก
ขนาดกลาง ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตร มีน้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เหนือน้ำตกเป็นธารน้ำไหล
ไปตามลานหิน จะมีความสวยงามในฤดูฝน การเดินทางใช้เส้นทางหมายเลข 2111 เมื่อถึงเขตอำเภอขุนหาญ
จะมีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 81 กิโลเมตร

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/numtoghouyjan.jpg

น้ำตกห้วยจันทร์
     อยู่ห่างจากอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 85 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 2236 
เส้นทางกันทรอม-บ้านสำโรงเกียรติ เป็นน้ำตกที่สวยงาม ไหลลดหลั่นมาตามชั้นหิน มีน้ำมากในช่วงเดือน
กันยายน-กุมภาพันธ์ บริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/shumshai.jpg

น้ำตกชำไทร
     เป็นน้ำตกที่สวยงาม บรรยากาศร่มรื่น เป็นลานหินสวยงามท่ามกลางป่าเขา มีน้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-
ตุลาคม ตั้งอยู่ที่บ้านจองกอ ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ ห่างจากอำเภอขุนหาญ 18 กิโลเมตรเดินทางบน
ถนนสาย 2128

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/nonggam.jpg

หนองกราม
     เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ มีพื้นที่เก็บน้ำประมาณ 1,300 ไร่ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ
และนกจำนวนมาก ปัจจุบันอยู่ในความดูแลสของกรมชลประทาน 

 

 

อ่างเก็บน้ำห้วยทา
     เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สามารถเล่นน้ำบริเวณริมเขื่อน ซึ่งมีลักษณะคล้ายหาดทราย เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
ตั้งอยู่ที่บ้านภูมิถาวร ตำบลบังดอง อำเภอขุนหาญ ระยะทางจากอำเภอขุนหาญถึงอ่างเก็บน้ำ 14 กิโลเมตร

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/keantajue.jpg

เขื่อนห้วยตาจู
     เป็นอ่างเก็บน้ำไว้ทำการเกษตร เป็นสถานที่ตากอากาศที่สวยงาม ตั้งอยู่ที่บ้านตานวน ตำบลกันทรอม
อำเภอขุนหาญ ห่างจากอำเภอขุนหาญ 16 กิโลเมตร

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/nongganjam.jpg

 

หนองกันแจ่ม
     ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่ม-สำโรงพลัน ตำบลไพรบึง สำโรงพลัน อำเภอไพรบึง ห่างจากตัวอำเภอไพรบึง 4 กิโลเมตร
มีพื้นที่ 1,000 กว่าไร่ มีเรื่องเล่าว่าเจ้านางสมัยก่อนตามช้างเผือกมาทางอีสาน แล้วผ่านมาพักและถามว่า
หนองนี้ชื่อว่าอะไร ได้ทราบว่า "กอนแจม" เป็นภาษาส่วย แปลว่า ลูกนก เป็นหนองน้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติ
ทางทิศเหนือของหนองน้ำเป็นป่า ศาลาที่ประทับพักแรมตอนตามช้าง

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/nongyaipribuog.jpg

หนองใหญ่ไพรบึง
     ตั้งอยู่ที่บ้านสวาย ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากที่ว่าการอำเภอไพรบึง 2 กิโลเมตร
มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ รอบๆ หนองใหญ่จะมีถนนลาดยางสำหรับเป็นที่ออกกำลังกายและพักผ่อน จะมีนก
เป็ดน้ำมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในช่วงฤดูหนาว

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/ligbanvan.jpg

 

สวนลิงบ้านหว้าน
     ตั้งอยู่บ้านหว้าน หมู่ 2 ตำบลหว้าน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นสวนป่าสาธารณะของหมู่บ้าน
เป็นดอนปู่ตา มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ มีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนให้ลิงในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี โดยได้รับ
งบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลหว้านคำ (หว้านคำ) ห่างจากอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร
ห่างจากจังหวัดประมาณ 48 กิโลเมตร  สภาพการคมนาคม  ถนนคอนกรีต
     ผู้แก่ผู้เฒ่าเล่าว่า ลิงนี้เป็นทหารของปู่ตาตั้งแต่เกิดมาก็พบลิงอยู่แล้ว ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่า ถ้าใคร
ทำร้ายลิง ก็เหมือนกับไปทำร้ายปู่ตา ก็จะทำให้มีอันเป็นไป ชาวบ้านจึงไม่กล้าทำร้ายลิง ลิงจึงอาศัยอยู่ในป่า
แห่งนี้ได้

 

 

สวนดงลิงบ้านเมืองแคน
     ตั้งอยู่บ้านเมืองแคน หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 11 ตำบลเมืองแคน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นสวนป่าไม้
นานาชนิด มีเนื้อที่ 73 ไร่ 3 งาน มีลิงอาศัยอยู่ประมาณ 600 ตัว ได้รับการส่งเสริมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดย
องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแคน ห่างจากอำเภอราษีไศลประมาณ 10 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดประมาณ
52 กิโลเมตร เดินทางด้านรถยนต์ที่สะดวกโดยถนนลาดยางตลอดเส้นทาง ขณะนี้ลิงบางส่วนได้แยกไปอยู่ที่
ป่าบ้านพลไว อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ได้ประมาณ 2 ปีแล้ว จึงทำให้จำนวนลิงลดลง

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/phuyrasi.jpg

ฝายราษีไศล
     ตั้งอยู่ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นฝายระบบผันน้ำบนลำน้ำมูลตามโครงการ 
โขง-ชี-มูล สร้างด้วยคอนกรีตเก็บน้ำได้ตลอดทั้งปี เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ
12 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดประมาณ 54 กิโลเมตร สภาพทางคมนาคม ถนนลาดยางตลอดเส้นทาง

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/gangpaputtabut.jpg

แก่งพระพุทธบาท
     ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 บ้านโนน ตำบลรังแร้ง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ตาม ลำนำมูลกับตำบลส้มป่อย
อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กม. เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามตามธรรมชาติ
ิมีแก่งหินสวยงามมากมาย บรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน

 

แก่งหินลำน้ำมูลบ้านโนน
     ตั้งอยู่บ้านโนน หมู่ 3 ตำบลรังแร้ง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากอำเภอประมาณ 25 กิโลเมตร
ห่างจากจังหวัด 25 กิโลเมตร โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมของทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวและ
ประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษไปเที่ยวชมและเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก

 

ฝายน้ำล้นบ้านหนองเหล็ก
          
ตั้งอยู่บ้านหนองเหล็ก หมู่ที่ 9 ตำบลก้านเหลือง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีะเกษ ห่างจากอำเภอประมาณ
10 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดประมาณ 35 กิโลเมตร เป็นฝายน้ำล้นขนาดกว้าง 40 เมตร สูง 390,000 ลูกบาศก์เมตร
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม บริเวณรอบๆ ฝายมีต้นไม้น้อย ใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่งสร้างเสร็จ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/nongbouwdong.jpg

หนองบัวดง
     ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองบัวดง กิ่งอำเภศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ เป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ
และเป็นที่ออกกำลังกายของประชาชน

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/numtognatuow.jpg

น้ำตกนาตราว
     เป็นน้ำตกที่เพิ่งค้นพบ มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติมาก น้ำตกสวยงาม บรรยากาศน่าท่องเที่ยว
ตำบลดงรัก อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 
     

 

******************************************************************************************************************************

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

 

สถานที่ท่องเที่ยว

รายละเอียด

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/sanlugmong.jpg

 

ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ
     ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกถนนเทพา ตัดกับถนนหลักเมือง ศาลหลักเมือง 
(หลังใหม่)  สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ในสมัย นายจำลอง ราษฎร์ประเสริฐ 
เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
     ลักษณะโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมยกฐานสูง หลังคาทรงไทยจตุรมุข กรุด้วย หินอ่อนทั้งหลัง  
ส่วนจั่วด้านทิศใต้ประดิษฐานตรา "กาญจนาภิเษก" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ เนื่องในวโรกาส ที่พระบาท-
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองศิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/patadrengrong.jpg

พระธาตุเรืองรอง
     ตั้งอยู่ที่บ้านสร้างเรือง ตำบลหญ้าปล้อง ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๓๗๓ สายศรีสะเกษ-
ยางชุมน้อย ประมาณ ๗.๕ กิโลเมตร เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นโดยผสมศิลปะ อีสานใต้สี่เผ่าไทยได้แก่ ลาว 
ส่วย เขมร เยอ มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว พระธาตุมีความสูง ๔๙ เมตร แบ่งออกเป็น
 ชั้น ชั้นที่  ใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ชั้นที่ ๒-๓ เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านสี่เผ่าไทย ชั้นที่  เป็นที่ 
ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ ชั้นที่  ใช้สำหรับการทำสมาธิ และชั้นที่  เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสาร
ีริกธาตุและเป็นที่ชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/DSC06773.JPG

วัดหลวงสุมังคลาราม
     วัดหลวงสุมังคลาราม ตั้งอยู่ที่ถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพระอารามหลวง
(ชั้นจัตวา) สังกัดคณะธรรมยุติกนิกาย
     สันนิษฐานว่าสร้างในสมัย พระยาวิเศษภักดี (ชม) เจ้าเมืองศรีสะเกษ (พ.ศ. ๒๓๒๘-๒๓๖๘)และเป็นวัด
ที่เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการระดับสูงในอดีต
     วัดหลวงสุมังคลาราม นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการบริหารคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย
แล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมหลายอย่างที่น่าศึกษา เพราะมีศิลปญวนผสมผสานอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หอระฆัง ซึ่งเรียกว่า "รัตนเจดีย์" สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๓  โดยตระกูล "อินทรสุขศรี"

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/DSC06260.JPG

วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต)
     วัดมหาพุทธาราม ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองศรีสะเกษ เดิมมีชื่อว่า "วัดป่าไม้แดง" เนื่องจากบริเวณดังกล่าว
มีไม้แดงขึ้นหนาแน่น มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อโต" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่เคารพ
สักการะของชาวศรีสะเกษ เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ปางมารวิชัย มีความสูงจากฐานถึงยอดพระรัศมี ๖.๘๕ 
เมตร หน้าตักกว้าง ๓.๕๐ เมตร คนทั่วไปจึงเรียกวัดนี้ว่า "วัดพระโต" จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๙๑  จึงได้
มีการเปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดมหาพุทธาราม" ดังชื่อที่ปรากฏในปัจจุบัน

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/DSC06251.JPG

วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม
     วัดเจียงอีฯ ตั้งอยู่กลางเมืองศรีสะเกษ อยู่ในคุ้มบ้านเจียงอีฯ ถนนชัยสวัสดิ์ (ด้านทิศเหนือ) 
ถนนศรีสุมังค์ (ด้านทิศตะวันออก) ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ในอดีตและปัจจุบัน
เรียกว่า "วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม" เหตุที่ได้นามว่าวัดเจียงอี ประชาชนผู้เป็นเจ้าของเดิมเป็น
ชนชาติไทยเผ่ากวย ไทเผ่านี้มีสำเนียงพูดแปร่งหรือเพี้ยนไปจากเผ่าอื่นๆ "เจียงอี" เป็นภาษา
พื้นบ้าน แยกออกได้เป็นสองศัพท์  "เจียง" แปลว่า "ช้าง" "อี" แปลว่า เจ็บ หรือ ป่วย ความโดยรวม
"เจียงอี" แปลว่า "ช้างเจ็บป่วย" ปัจจุบัน พระเทพวรมุนี (วิบูลย์ กลฺยาโน) ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส,
และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/arkunaumpipanit.jpg

อาคารขุนอำไพพาณิชย์
     อาคารขุนอำไพพาณิชย์  อยู่ในเขตเทศบาลศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่ ๑๐๔๒-๑๐๔๗ ถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ 
อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นของขุนอำไพพาณิชย์ (นายอินทร์ นาคสีหราช) สร้างแล้วเสร็จเมื่อ
พ.ศ. ๒๔๖๘ ซึ่งเป็นที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ
ช่างก่อสร้างเป็นชาวจีนและชาวญวน เดิมเป็นบ้านส่วนตัวของขุนอำไพพาณิชน์แต่ไม่มีบุตรสืบสกุล
จึงได้ขอนางเฉลา ช.วรุณชัย หลานสาวมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมและได้รับมรดกในเวลาต่อมา 
     อาคารขุนอำไพพาณิชย์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น สีครีม ไม่มีรากฐาน ลายปูนปั้นสีเหลืองเข้ม
และสีขาว ผนังความหนาประมาณ ๖-๘ นิ้ว ฉาบปูน ใช้ความหนาของผนังด้านข้างรับน้ำหนักแทนคาน
และเสา มีลายปูนปั้นประดับอยู่ทั้งด้านหน้าและ ด้านหลัง ลวดลายส่วนมากได้รับอิทธิพลจากศิลป 
และความเชื่อตามคติจีนโบราณ   มักปั้นประดับไว้เหนือประตูหน้าต่าง  และตามเสาของอาคาร
ซุ้มโค้งประตูเป็นศิลปกรรมแบบตะวันตก เน้นความหมาย เป็นคำอวยพร คือ ฮก ลก ซิ่ว อันได้แก่
ชาติ  วาสนา   ทรัพย์สมบัติ  และความยั่งยืน ตัวเสาด้านหน้า ชั้นบนล้อมภาพศิลาจำหลัก ส่วนเสา
ด้านหน้าชั้นล่าง เขียนลายล้อสีธรรมชาติของแผ่นศิลาด้วยหินอ่อน ชายคามีไม้ฝ้าเพดานประตู
ูแบบจีน คือเป็นบานเฟี้ยม เหมือนกันทั้งชั้นบนและชั้นล่าง เหนือประตู ทำเป็นช่องระบายอากาศ
ลักษณะโค้งประกอบด้วยไม้ฉลุลวดลายอย่างประณีตงดงาม
     ปัจจุบันไม่มีผู้อยู่อาศัย เนื่องจากอยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมและเริ่มหักพังลงมาเรื่อยๆ จึงได้รับ
การบูรณะโดยกรมศิลปากร เพราะเป็นอาคารที่มีคุณค่าทางศิลปกรรม 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/gampangnoyd.jpg

ปราสาทสระกำแพงน้อย
    ตั้งอยู่บ้านกลาง ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากจังหวัดประมาณ  กิโลเมตร
(สาย ๒๒๖) เป็นปราสาทที่ก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหมด สร้างขึ้นเพื่อเป็นอโรคยาศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมัน
ที่  กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่  มีนาคม ๒๔๗๘ มีสระน้ำขนาดใหญ่
มีปลานานาชนิดมากมายอาศัยอยู่ ขนาดตัวใหญ่มาก

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/gompagyai.jpg

ปราสาทสระกำแพงใหญ่
     ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของบ้านกำแพง หมู่ที่  ตำบลกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย
จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากตัวอำเภออุทุมพรพิสัยประมาณ  กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษ
ประมาณ ๒๖ กิโลเมตร เป็นปราสาทขอมขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นปราสาท
 หลัง ก่อด้วยอิฐบนฐานหินทรายเดียวกัน ในส่วนของการก่ออิฐเป็นการก่ออิฐไม่สอปูน เป็นไปได้ว่า
อาจใช้ยางไม้เป็นตัวเชื่อมประสานระหว่างแผ่นอิฐ ปราสาททั้งสามหลังเรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้
โดยมีทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว 
     ปราสาทสระกำแพงใหญ่คงสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ราวพุทธศรวรรษที่ ๑๖ โดยมีรูปแบบศิลปะ
เขมรแบบบาปวน ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ อาจจะได้รับการเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็๋นวัดใน
พุทธศาสนา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่  มีนาคม ๒๔๗๘ 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/DSC06680.JPG

วัดเขียนบูรพาราม
     วัดเขียนบูรพาราม ตั้งอยู่บ้านพราน หมู่  ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจาก
ที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ไปทางทิศตะวันออก ระยะทาง ๔๐๐ เมตร ห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษ ๔๙ กิโลเมตร
     วัดเขียนบูรพาราม เดิมชื่อ "วัดเขมร" แต่คนทั่วไปนิยมเรียกวัดนี้ว่า "วัดเขียน" ซึ่งเป็น
สำเนียง ที่เพี้ยนไปจากคำว่า "เขมร" ่นั่นเอง เนื่องจากวัดนี้ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเมืองขุขันธ์
หรืออำเภอขุขันธ์ในปัจจุบัน เมื่อมีการตั้งชื่อวัดเป็นทางราชการ จึงเปลี่ยนเป็น "วัดเขียนบูรพาราม"
ดังชื่อที่ปรากฏ ในปัจจุบัน
     วัดเขียนบูรพารามหรือวัดเขียน สันนิษฐานว่าคงจะสร้างมาก่อนที่ พระยาขุขันธ์ภักดี (เชียงขัน) 
จะอพยพผู้คนไปตั้งบ้านแตระและบ้านภูมิเป็นเมืองคูขันธ์หรือเมืองขุขันธ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๑ เพราะบริเวณ
ดังกล่าว เป็นที่อยู่ของกลุ่มชนเขมรมาก่อน มีโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่อุโบสถซึ่งสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี
ผนังและฐานอุโบสถก่อด้วยอิฐฉาบปูน หลังคาเป็นโครงไม้ มุงสังกะสี ที่ขอบโครงหลังคาโดยรอบแกะสลัก
เป็นลายพันธุ์พฤกษา ส่วนที่จั่วแกะสลักเป็นภาพในเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งแกะสลักขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์
ภายในมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ ซึ่งชาวศรีสะเกษได้ให้ความเคารพ
นับถือมาก เรียกว่า "หลวงพ่อโตวัดเขียน" 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/mowedangc.jpg

ผามออีแดง
     ผามออีแดง อยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ บริเวณปลายสุดของทางหลวงหมายเลข ๒๒๑ (สายศรีสะเกษ - กันทรลักษ์) ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ไปทางใต้ ๓๔ กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๙๘ 
กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดียวที่ติดต่อกับทางขึ้นเขาพระวิหาร ผามออีแดงมีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติ ริมหน้าผาสูงติดกับพื้นที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งเบื้องล่างเป็นจุดชมทัศนียภาพเขาพระวิหาร ในระยะใกล้
เพียง ๑ กิโลเมตร ในบริเวณผามออีแดงมีวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก และ ทางด้านทิศใต้ 
ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไปจะมีภาพสลักหินนูนต่ำศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ ซึ่งสันนิษฐานว่า
มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/moedang.jpg

ภาพสลักผามออีแดง
     ภาพสลักผามออีแดง ตั้งอยู่บนหน้าผา ผามออีแดงเทือกเขาพนมดงเร็ก เขตบ้านภูมิซร็อล ตำบล
เสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ติดกับสถานที่จอดรถผามออีแดง เส้นทางศรีสะเกษ-
เขาพระวิหาร (สุดเส้นทาง) ระยะทาง ๙๐ กิโลเมตร 
     ผามออีแดงเป็นหน้าผาหัก สุดเขตเทือกเขาพนมดงรัก เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก เมื่อเดินขึ้นไป
จะเป็นจุดชมทิวทัศน์ มีศาลาพักผ่อนนั่งชมทิวทัศน์ เลยออกไปจะมีทางเดินลงดูหน้าผาหินทราย มีทั้ง
ภาพสลักนูนนต่ำ และลายเส้น ภาพกลุ่มแรกเป็นภาพบุคคลนั่งเรียงกัน ภาพกลุ่มสองเป็นภาพบุคคลนั่ง
มีนาค  เศียรขนาบข้างด้วยหมู  ตัว ความสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ ๕๖๐ เมตร       

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/satup.jpg

สถูปคู่
     สถูปคู่  อยู่บริเวณเชิงเขาผามออีแดงกับเชิงเขาที่ตั้งปราสาทหินเขาพระวิหารจะมี สถูปสี่เหลี่ยมสององค์
มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดแหลมรูปดอกบัวตูม เป็นศิลปแบบปาปวน (ศตวรรษที่๑๑)  มีความกว้าง 
๑.๙๓ เมตร และสูง ๔.๒๐ เมตร สร้างด้วยหินทรายแดง มีความเชื่อว่า น่าจะเป็นสัญลักษณ์ แห่งความ
อุดมสมบูรณ์ สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างมาตั้งแต่ช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๖ อายุกว่าพันปี

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/sunlagmong.jpg

ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์
     ตั้งอยู่ที่บ้านบก หมู่ที่  ตำบลหนองหญ้าลาด อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทาง 
เริ่มจากตัวจังหวัดศรีสะเกษถึงอำเภอกันทรลักษ์ ระยะทางประมาณ ๖๕ กิโลเมตร บริเวณสี่แยกทางไป
เขาพระวิหาร จะมองเห็นศาลหลักเมืองกันทรลักษ์
     ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๒ และก่อสร้าง
แล้วเสร็จ โดยประกอบพิธีอัญเชิญหลักเมืองมาประดิษฐาน เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๘ ศาลหลักเมืองนี้
มีชื่อว่า "เจ้าพ่อศรีศักดิ์หลักเมือง" เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และสักการะของประชาชน มีความสวยงาม
เด่นเป็นสง่า คู่บ้านคู่เมืองอำเภอกันทรลักษ์ สามารถเที่ยวชมและกราบไหว้สักการะได้ตลอดปี และยัง
เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสถานที่ออกกำลังกายด้วย 

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/kuepavihan3.jpg

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
     อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงแรก ในเขตประเทศไทย บริเวณที่ตัดกับ
ผามออีแดง ทางขึ้นเขาพระวิหาร ปราสาทเขาพระวิหารหันหน้ามายังด้านที่ติดกับประเทศไทย ดังนั้น
การเข้าชมเขาพระวิหารทางบกจึงต้องใช้เส้นทางที่ผ่านผามออีแดงของประเทศไทยเท่านั้น
     ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นเทวะสถานที่มีขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ ๙๐๐ เมตร ประกอบด้วย
ปราสาท  หลัง แต่ละหลังตั้งอยู่บนแนวเขาที่สูงลดหลั่นกันขึ้นไป  ชั้น จากหลักฐานที่ปรากฎในจากรึก
แสดงว่าเขาพระวิหารแห่งนี้เป็นเทวะสถานสร้างขึ้นในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕ และต่อมาพุทธศตวรรษ
ที่ ๑๖-๑๗ ได้มีการสร้างเสริมเพิ่มเติมในรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่  ซึ่งเป็นผู้ให้บันทึกคำประกาศไว้บน
แผ่นศิลาจารึก ปัจจุบันปราสาทเขาพระวิหารได้เปลี่ยนไปอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของประเทศกัมพูชา
จนถึงปัจจุบัน

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/dontreun.jpg

ปราสาทโดนตวล
     ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงเร็ก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ 
จังหวัดศรีสะเกษ ติดกับชายแดนไทย กัมพูชา สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ลักษณะ
ทางสถาปัตยกรรม เป็นปรางค์เดี่ยว ผังสี่เหลี่ยม จตุรัสย่อมุมทั้ง ๔ ด้าน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์
ก่อด้วยอิฐและศิลาแลง โดยจากฐานถึงผนังเรือนธาตุก่อด้วยศิลาแลง จากนั้นก่อด้วยอิฐจนถึงยอดปรางค์ 
ทางเข้าปราสาทมีมุขยื่นออกมาผนังของมุขเป็นอิฐ หลังคาสันนิษฐานว่าจะเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง สังเกต
จากการเซาะร่องรูปโครงสร้างหลังคาและขอบกระเบื้องถัดจากประตูทางเข้าปราสาท มีเสาหินทราย ๔ ต้น 
สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นซุ้มโคปุระ แต่ไม่ปรากฎกรอบประตูพบเพียงหินทราย ลักษณะเป็นธรณีประตูวางอยู่
ระหว่างเสา ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปรางค์ มีหินทรายเรียงต่อกัน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างยาว
ประมาณ ๓x๕ เมตร สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นบรรณาลัย ถัดจาก ตัวปราสาทโดนตวลไปทางทิศตะวันออก 
ประมาณ ๕๐ เมตร มีสระน้ำซึ่งมีลักษณะเป็นคันดินที่มีน้ำขังอยู่ และยังพบร่องรอยของการตัดหินทราย 
ที่เชื่อว่าน่าจะนำหินทราย จากบริเวณนี้ ไปใช้ในการสร้างปราสาทด้วย

 

วัดกุดเมืองฮาม
     ตั้งอยู่ที่บ้านกุดเมืองฮาม หมู่ที่ 5 ตำบลกุดเมืองฮาม อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทาง
เริ่มจากตัวจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางโดยรถยนต์ เส้นทาง ศรีสะเกษ-ราษีไศล ถึงบ้านแก้ง เลี้ยวขวา
ประมาณ 2 กิโลเมตร มาถึงสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าออกจากตัวอำเภอตามเส้นทางทิศตะวันออก 10 กิโลเมตร
เลี้ยวบ้านคอมกาม มาบ้านยางเครือ-โนนแดงจากบ้านโนนแดง มายังวัดกุดเมืองฮาม ประมาณ 3 กิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา  ในสมัยโบราณบ้านกุดเมืองฮามเคยเป็นที่ตั้งของเมืองเก่า ต่อมาเมื่อประสบกับปัญหา
ความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล จึงย้ายไพร่พลทิ้งเมืองให้ร้าง ต่อมาพระครูประดิษฐ์ วรากรเจ้าอาวาส
ได้เห็นความสำคัญจึงได้มีการบูรณะขึ้นเพื่อใช้ประกอบศาสนกิจของพระสงฆ์ในวัด ความสวยงามนั้นก็เป็นที่
ประทับใจแก่ผู้สัญจรไปมา และผู้มาพักผ่อน
     ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม คือช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน เพราะเป็นฤดูน้ำหลาก และเป็น
ช่วงเทศกาลลอยกระทง และมีการแข่งเรือด้วย

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/vatlankoud.jpg

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว(วัดล้านขวด)
     วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ  การเดินทางจาก
จังหวัดศรีสะเกษไปจนถึงอำเภอขุนหาญสามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๑๑ และ ๒๑๑๑ ผ่านอำเภอพยุห์
ไพรบึง ไปขุนหาญ ระยะทาง ๖๑ กิโลเมตร  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ ๕๐๐ เมตร
     วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2533 โดยพระอธิการบุญรอด ถิรคุโน  เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่นำ
ขวดแก้วนับล้านๆ ใบมาใช้เป็นองค์ประกอบในการก่อสร้าง ไม่ว่าซุ้มประตู ศาลาการเปรียญ และมหาเจดีย์
ล้วนกรุและประดับประดาด้วยขวดแก้ว หลากสีดูวิจิตรงดงามยิ่ง เนื่องจากวัดประดับประดาด้วยขวดแก้ว
 ชาวบ้านจึงนิยมเรียก วัดนี้ว่า "วัดล้านขวด"

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/portaton.jpg

วัดสำโรงเกียรติ
     วัดสำโรงเกียรติ  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบักดอง  อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวัดที่เก่าแก่
วัดหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ สันนิษฐานว่าคงจะสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
     วัดสำโรงเกียรติ เป็นวัดที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อตาตน" ซึ่งสร้างด้วยเกษรดอกไม้ ขนาดหน้าตัก  นิ้ว
สูง  นิ้ว ปางมารวิชัย
     พระพุทธรูปตาตนหรือ "หลวงพ่อตาตน" เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/tumnugchai2.jpg

ปราสาทตำหนักไทร
     ปราสาทตำหนักไทรตั้งอยู่บ้านตำหนักไทร ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ ห่างจากอำเภอขุนหาญประมาณ
๑๔ กิโลเมตร ปราสาทตำหนักไทรเป็นปรางค์เดียวรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตู
เข้าทางทิศตะวันออก ตัวปรางค์ก่อด้วยอิฐ กรอบประตูและศิลาทับหลังก่อด้วยหินทราย อยู่เหนือประตู
ทางเข้าสลักเป็นรูปพระนารายณ์สี่กรบรรทมสินธุ์ เหนือพญาอนันตนาคราชเจ็ดเศียร ซึ่งกำลังแผ่พังพาน
 ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/pasadpuphai.jpg

ปราสาทภูฝ้าย
     ปราสาทภูฝ้าย ตั้งอยู่บนภูเขาฝ้าย อำเภอขุนหาญ สภาพปัจจุบันยังคงเหลือเพียงกองเศษอิฐศิลาแลงเท่านั้น
ส่วนทับหลังรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่ที่วัดบ้านพราน แต่เดิมนั้นปราสาทภูฝ้ายเป็นปราสาทขอมแห่งหนึ่ง
สร้างด้วยอิฐฐานศิลาแลง กรอบประตูทำด้วยหินทราย ทางด้านทิศใต้ของปราสาทภูฝ้ายมีสระน้ำโบราณ
คงสร้างขึ้นมาพร้อมกับปราสาท ปราสาทภูฝ้ายห่างจากอำเภอขุนหาญไปบ้านพราน ๑๔ กิโลเมตร เดินเท้าขึ้นภู
ประมาณ ๕๐๐ เมตร

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/pasadyer6.jpg

ปราสาทเยอ
     ตั้งอยู่ที่บริเวณวัดปราสาทเยอเหนือ ตำบลปราสาท อำเภอไพรบึง ห่างจากตัวอำเภอ  กิโลเมตร 
สันนิษฐานว่า คงสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ประมาณ พ.ศ. ๑๕๕๐-๑๖๕๐ ปัจจุบันไม่มีรูปร่างปราสาท
เป็นเพียงเนินดินที่มีซากอิฐ หินแลง ทับถมกันเป็นกองสูงอยู่เนินศิลาแลง มองเห็นประตูทางเข้าเป็นช่อง
แคบๆ  หันหน้าไปทาง ทิศตะวันออกรอบประตูและศิลาทับหลัง ทำด้วยหินทรายสลักเป็นรูปพระอินทร์
ทรงช้างเอราวัณ  กับสลักเป็นรูปเทวดาประทับเหนือเศียรเกียรติมุข น่าจะเป็นปรางค์เดี่ยวที่มีขนาดใหญ่
และสูงมาก

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/patadjungouw.jpg

ปราสาทจังเกา
     ตั้งอยู่ที่บ้านจังเกา ตำบลดินแดง อำเภอไพรบึง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 17 ปราสาทจังเกา
มีลักษณะเป็นปรางค์เดี่ยว มียอดเป็นรูปทรงกลมแหลม ปราสาทได้ปรักหักพังลงแล้ว

 

 

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/jadeevatpribeg.jpg

พระพุทธเจดีย์ไพรบึง
     ตั้งอยู่ที่บ้านไพรบึง ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอไพรบึงไปทาง
ทิศเหนือ ๑.๕  กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะขององค์พระเจดีย์คล้ายพุทธคยา
แห่งประเทศอินเดีย ชาวไพรบึงจะจัดงานฉลองสมโภชขึ้นทุกปี ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๔ กุมภาพันธ์

 

 

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/pangkru.jpg

ปราสาทปรางค์กู่
     ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างตัวอำเภอประมาณ  กิโลเมตร ปราสาท
ปรางค์กู่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ สมัยที่ขอมเรืองอำนาจในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับการสร้าง
ปราสาทหินเขาพระวิหาร ปราสาทศีขรภูมิ และปราสาทสระกำแพงใหญ่ เพื่อเป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์
ปราสาทปรางค์กู่มีลักษณะเป็นปรางค์  องค์ สร้างเป็นแนวจากเหนือไปใต้ อยู่บนฐานเนินดินขนาดใหญ่
ก่อด้วยอิฐ และอิฐปนศิลาแลง ปรางค์แต่ละองค์มีประตูเข้าได้เฉพาะทิศตะวันออกอีก  ทิศ เป็นประตูหลอก
ปราสาทปรางคู์กู่เป็นศาสนสถานสมัยขอมที่เก่าแก่มากมีอายุนับพันปีมาแล้ว ด้านหน้าปรางค์มีสระน้ำ
ขนาดใหญ่เป็นที่พักอาศัยของนกเป็ดน้ำซึ่งมาอาศัยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีขนาดใหญ่และสูงมาก

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/bansamow.jpg

ปราสาทบ้านสมอ (ทามจาน)
     ตั้งอยู่บ้านทามจาน ตำบลสมอ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากตัวอำเภอ ๓กิโลเมตร
สร้างในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ หลังรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่  แห่งอาณาจักรนครธม ซึ่งเป็นยุคที่
ขอมเสื่อมอำนาจและอิทธิพลทางการเมือง ปราสาทบ้านสมอเป็นปราสาทเดี่ยวสร้างด้วยศิลาแลงรูป
สี่เหลี่ยมย่อมุม มีประตูทางเข้าทิศตะวันออก ส่วนอีก  ด้านเป็นประตูหลอกเสากรอบประตูทำด้วยศิลาทราย
ทับหลังสลักลวดลายเป็นรูปเทพ เข้าใจว่าเป็นรูปวัชรธรในศาสนาพุทธลัทธิมหายาน มีกำแพงศิลาแลงและ
โคปุระทางทิศตะวันออก มีลักษณะเป็นอโรคยาศาล ภายนอกกำแพงมีสระโบราณ

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/vatsribengboon.jpg

วัดศรีบึงบูรพ์
     ตั้งอยู่ที่บ้านโนนสาวสวย หมู่ที่  ตำบลบึงบูรพ์ อำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทางเริ่มจาก
ตัวจังหวัดด้วยเส้นทางศรีสะเกษ-บึงบูรพ์ ระยะทางจากจังหวัดประมาณ ๒๐ กิโลเมตร และเดินทางจาก
อำเภอถึงวัดศรีบึงบูรพ์ระยะทางประมาณ  กิโลเมตร สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอดสาย
     วัดศรีบึงบูรพ์ ตั้งอยู่ริมลำน้ำห้วยทับทัน เป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศสวยงามตามธรรมชาติ เป็นสถานที่
บำเพ็ญเพียรภาวนาของพระสงฆ์ที่มีประชาชนศรัทธา เลื่อมใส นั่นคือ พระอาจารย์ศรี จันทร์สาโร ซึ่งมีดำริ
ที่จะสร้างพุทธสถานและเทวสถานในวัดศรีบึงบูรพ์ ให้เป็นพุทธสถานมรดกอีสานใต้ นอกจากนี้ วัดศรีบึงบูรพ์
ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราชจำลององค์ที่  ของประเทศไทย บรรยากาศภายในวัด สวยงาม
เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่ออุปราช เทวดาตามความเชื่อของชาวบึงบูรพ์ มีศาลาเรือนแก้ว พระอุโบสถที่งดงาม
ตระการตา ระหว่างพระอุโบสถกับศาลาเรือนแก้วที่สวยงามมีเฮือส่วง (เรือแข่ง) ที่พระอาจารย์ศรี จันทสาโร
ได้มาจากอำเภอบ้านโป่ง เพื่อเป็นปรัชญาสอนให้คนบึงบูรพ์รักและสามัคคีกัน

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/kusombun9.jpg

กู่สมบูรณ์
  ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคู ตำบลเป๊าะ อำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นปรางค์  องค์ เรียงกันตามแนวทิศ
เหนือ-ใต้ อยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์ประธานองค์กลางก่อศิลาแลง
หุ้มด้วยอิฐเป็นเปลือกนอก มีมุขยื่นไปทางตะวันออก สภาพปัจจุบันเหลือเพียงส่วนเรือนธาตุ ส่วนยอดและ
มณฑปด้านหน้าพังทลายลงหมด พบชิ้นส่วนกลีบขนุนและยอดปรางค์สลักด้วยศิลาทรายที่มุมด้าน
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกมีทับหลังภาพสลักทับหลังแบ่งภาพเป็น  แนว
สลักเป็นรูปบุคคลและสิงห์แบกภายในปรางค์มีแท่นฐานรูปเคารพศิลาทรายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสตั้งอยู่  แท่น
เป็นโบราณสถานที่ไม่พบจารึก แต่จากการพิจารณาลักษณะศิลปกรรมการก่อสร้าง เป็นศิลปะเขมรแบบปาปวน
สร้างขึ้นราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๗

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/pasadtaleng3.jpg

ปราสาทหลุมพุก (ตาเล็ง)
     ตั้งอยู่ที่บ้านปราสาท ตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นปราสาทขนาดเล็กหลังเดียว
ที่มีลวดลายแกะสลักและสภาพแวดล้อมสวยงามมากแห่งหนึ่ง เป็นปราสาทที่ก่อด้วย หินทรายและอิฐ
บนฐานศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม สภาพปัจจุบันส่วนยอดได้ 
หักพังลงมาหมดแล้ว เหลือเรือนธาตุที่ก่อด้วยหินทรายอยู่บางส่วนเฉพาะด้านทิศตะวันออก อีก ๓ 
ด้านก่อเป็นผนังทึบทำเป็นประตูหลอก ปราสาทแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖๑๗

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/vatjex.jpg

ปราสาทกุด (ปราสาทวัดโพธิ์พฤกษ์)
     ตั้งอยู่ในเขตวัดโพธิ์พฤกษ์ บ้านเจ๊ก ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นโบราณสถาน
ก่อด้วยอิฐ ปัจจุบันอยู่ในสภาพพังทลายกลายเป็นเนินโบราณสถาน มีลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
บนเนินดินใหญ่ ผนังแต่ละด้านจะก่ออิฐเป็นช่องคล้ายประตู แต่ก่ออิฐทึบทั้งหมด ส่วนยอดหักพังลงมา
จนถึงเรือนธาตุ โบราณสถานแห่งนี้สันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนปลายหรือราวพุทธศตวรรษ
ที่ ๒๓๒๔

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/tudbanmangjan1.jpg

ธาตุบ้านเมืองจันทร์
     ตั้งอยู่ในเขตวัดบ้านเมืองจันทร์ บ้านเมืองจันทร์ ตำบลเมืองจันทร์ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ซึ่งบ้านเมืองจันทร์เป็นชุมชนโบราณที่มีลักษณะเนินดินรูปวงกลม มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ  ชั้น ธาตุบ้าน
เมืองจันทร์อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโบสถ์หลังใหม่ ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อเก็จ ลักษณะรูปทรง
คล้ายธาตุลาว อาจดัดแปลงมาจากปรางค์ขอมก่ออิฐ สอดินเหนียวฉาบปูน ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของการก่ออิฐ
แบบเขมร ตัวเรือนธาตุทึบ มีซุ้มจรนำทั้ง  ด้าน ซุ้มจรนำทั้ง  ด้านก่อปิดทึบ บัวหัวเสาประตูซุ้มจรนำ
สลักเป็นลายบัวคว่ำบัวหงาย ส่วนหลังคาก่อด้วยอิฐทึบชั้นไปเป็นชั้นๆ คล้ายส่วนเรือนธาตุแต่ลดหลั่น
ขึ้นไปจนถึงยอด ยอดเป็นยอดแหลมคล้ายเจดีย์โบกปูน ไม่สามารถกำหนดอายุได้อย่างชัดเจน

คำอธิบาย: http://province.m-culture.go.th/sisaket/image/pasadbanpasad.jpg

ปราสาทบ้านปราสาท
     ตั้งอยู่ในเขตวัดบ้านปราสาท ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ปรางค์ก่อด้วยอิฐสามหลัง
เรียงกันตามแนวเหนือ-ใต้ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปัจจุบันมีลักษณะ
ผิดแปลกไปจากปรางค์ขอม เนื่องจากมีการดัดแปลงให้เป็นธาตุเจดีย์ในสมัยหลัง ปรางค์องค์กลางยังคงสภาพ
สถาปัตยกรรมขอมเฉพาะส่วนที่เป็นประตูทางเข้า คือ มีทับหลังหินทรายตั้งอยู่บนกรอบประตู ทับหลังดังกล่าว
จำหลักเป็นภาพหน้ากาลหรือเกียรติมุข ภาพเหนือเกียรติมุขภาพลบเลือน ด้านข้างทั้งสองของทับหลังเป็นภาพ
บุคคลยืนแยกเข่าอยู่ภายในซุ้ม 
     ปรางค์ด้านข้างอีกสององค์ ถูกดัดแปลงโดยการก่ออิฐปิดประตูทึบทั้งสี่ด้าน แล้วทำพระพุทธรูปปูนปั้นไว้
ด้านหน้า ส่วนยอดถูกดัดแปลงเช่นเดียวกัน คงทิ้งชิ้นส่วนทับหลังศิลาทรายตกกระจัดกระจาย ส่วนกำแพง
ก่อด้วยศิลาแลงล้อมทั้งสี่ด้าน มีโคปุระอยู่ทางทิศใต้และทิศตะวันออกเท่านั้น โบราณสถานแห่งนี้สันนิษฐานว่า
คงสร้างราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ศิลปะแบบบาปวน สร้างต่อเติมในสมัยอยุธยาตอนปลายตามลักษณะที่เห็น
ในปัจจุบัน ด้วยอิทธิพลวัฒนธรรมล้านช้าง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่เก็บกระดูกของผู้ครองเมือง
ชาวบ้านเรียกว่า "ธาตุ" บ้านที่ตั้งปราสาทชาวบ้านเรียกว่า บ้านโนนธาตุอพยพมาประมาณพุทธศตวรรษที่
๑๙-๒๒

 

******************************************************************************************************************************



หน้า 1/1
1
[Go to top]



bulletสินค้า OTOP
bulletโรงแรมที่พัก
bulletการเดินทางมาศรีสะเกษ
bulletของดีศรีสะเกษ
bulletสถานที่ท่องเที่ยว
bulletประกาศจัดซื้อจัดจ้าง

เขาพระวิหาร


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ 399 หมู่ 5 ถ.กสิกรรม ต.หนองครก อ.เมืองฯ จ.ศรีสะเกษ 33000 โทรศัพท์ 0-4561-1840 , 0-4561-6308 โทรสาร 0-4561-1840